การเลือกแว่นสายตายาวที่ถูกต้อง

หากจะเลือกแว่นสายตายาวสักหนึ่งอัน หลายคนอาจจะคิดว่าเลือกแบบไหนก็ได้ไม่เห็นจะต่างกัน แต่แท้จริงแล้วแว่นและเลนส์แต่ละชนิดล้วนมีคุณสมบัติเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกแว่นและเลนส์ให้เหมาะสมกับสายตามาฝากกันครับ

การเลือกกรอบแว่น เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ แว่นสายตา ท่านใส่ได้สบาย และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่โดยมี​


5 หลักทั่วไปในการเลือกแว่นสายตายาวดังนี้

  1. เลือกขนาดของกรอบแว่นให้เหมาะสมกับความหนาของเลนส์แว่นตา
    เช่น กรอบแว่นโลหะบางๆ ทรงรีขนาดเล็กมักจะบอบบางเกินไปที่จะใช้กับเลนส์ที่หนาและหนัก แต่กรอบแว่นที่ใหญ่เกินไปถ้าใช้กับเลนส์ที่หนักก็จะยิ่งทำให้เลนส์หนักมากขึ้น ใส่ไม่สบาย จึงควรเลือกกรอบให้มีขนาดปานกลาง

  2. เลือกให้เหมาะกับชนิดของเลนส์แว่นตา
    เช่น โปรเกรสซีฟเลนส์ (Progressive lenes ) (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เลนส์โปรเกรสซีฟ) ซึ่งเป็นเลนส์ที่ใช้ดูได้ทุกระยะโดยไม่มีรอยต่อถ้ากรอบขนาดเล็กเกินไปจะทำให้พื้นที่ในการมองของเลนส์ในแต่ละระยะลดลง จึงควรเลือกกรอบที่มีขนาดปานกลาง หรือมีขนาดความสูงกรอบค่อนข้างใหญ่

  3. เลือกกรอบแว่นที่ทำจากวัสดุที่มีคุณภาพดีน้ำหนักเบา คงทน แข็งแรง ไม่ลอก ไม่แพ้
    เช่น กรอบแว่นที่ทำจากไททาเนียม ซึ่งเป็นโลหะที่มีคุณสมบัติดังกล่าว แต่มีราคาค่อนข้างสูง

  4. เลือกกรอบแว่นให้รับกับใบหน้า โดยเลือกกรอบแว่นที่มีรูปทรงตรงข้ามกับรูปหน้า
    เช่น หน้ากลมควรเลือกกรอบที่ค่อนข้างเหลี่ยม หน้าแหลมควรเลือกกรอบที่ส่วนล่างกว้าง รูปหน้าสี่เหลี่ยมแนะนำให้เลือกกรอบค่อนข้างกลม

  5. การเลือกกรอบแว่นสำหรับเด็ก ไม่ควรเลือกขนาดเล็กเกินไปเพราะเด็กโตเร็ว
    แต่ก็ไม่ควรให้ใหญ่เกินไปเพราะแว่นจะหลวมทำให้เด็กมองลอดแว่นได้ ควรเผื่อขนาดไว้เพียงเล็กน้อยเนื่องจากสายตาในเด็กมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด จึงมักมีการเปลี่ยนแว่นบ่อยกว่าผู้ใหญ่อยู่แล้ว กรอบแว่นควรมีขาที่มีบานพับชนิดที่เป็นสปริงยืดหยุ่นได้ ทำให้เด็กถอดใส่ได้สะดวก มีสายรัดศีรษะให้แว่นอยู่กับที่หรือจะใช้เป็นแบบที่มีขายาวโค้งรัดไว้หลังใบหู แป้นจมูกทำด้วยซิลิโคนช่วยไม่ให้ลื่น ในเด็กที่โตและรู้เรื่องดีพอควรปล่อยให้เด็กเลือกแบบเองโดยมีผู้ปกครองคอยแนะนำ ทำให้เด็กพอใจกับกรอบแว่นที่เลือก เด็กจะชอบใส่แว่น

สำหรับการเลือกเลนส์แว่นตา

วัสดุที่ใช้ทำเลนส์ เลนส์แว่นตาทำได้จากวัสดุหลายชนิด เช่น

  • แก้ว มีคุณสมบัติใสกว่าพลาสติก ไม่เป็นรอยขีดข่วนง่ายแต่หนัก และแตกได้
  • พลาสติก เบากว่าแก้วไม่แตกง่าย แต่หนากว่าแก้วในขนาดสายตาที่เท่ากัน
  • ไฮอินเด็กซ์เลนส์ (High-index lenses) เป็นเลนส์แก้วหรือพลาสติกที่ทำให้มีค่าการหักเหของแสงสูงกว่าปกติ เลนส์จึงมีขนาดบางลงมากและเบา ทำให้ใส่สบายและดูสวยงามกว่าเลนส์หนาๆ
  • โพลีคาร์บอเนทเลนส์ (Polycarbonate lenses) ทำจากพลาสติกชนิดที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษมีความยืดหยุ่นสูง และทดทาน ไม่แตกง่ายมีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับใช้ในเด็กและผู้ที่ปฏิบัติงานบางอย่างที่มีความเสี่ยงสูง เช่น นักกีฬา เลนส์ชนิดนี้บางและเบากว่าเลนส์แก้วและเลนส์พลาสติกธรรมดา แต่เป็นรอยขีดข่วนง่ายถ้าไม่ดูแลให้ดี
  • เลนส์เปลี่ยนสี (Photochromic lenses) สามารถเปลี่ยนสีได้เองคล้ายๆเป็นสีของเลนส์แว่นกันแดดเมื่อโดนแสง เมื่ออยู่ในที่ร่มเลนส์จะใส แต่เมื่ออยู่กลางแจ้งเลนส์จะมีสีเข้มทำหน้าที่เป็นแว่นกันแดดได้

รูปแบบของเลนส์ ในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปจะมีอาการตามัวเมื่อเวลามองใกล้ เช่น อ่านหนังสือ เย็บผ้า ดูมือถือ ต้องช่วยโดยการยืดแขนออกไปไกลๆจึงจะเห็น เรียกว่า ปัญหาสายตายาวในผู้สูงอายุ เป็นสภาวะปกติที่เกิดขึ้นกับคนในวัยนี้ ต้องแก้ไขโดยการใส่แว่นดูใกล้ส่วนเวลามองไกลไม่ต้องใช้แว่นนี้ ในผู้ที่ใส่แว่นมองไกลอยู่เดิมมาก่อนแล้ว เช่นมีสายตาสั้นอยู่แล้วก็ยังคงเป็นสายตาสั้นเหมือนเดิมเมื่อเวลามองไกล จึงต้องมีแว่นสองอันคอยใส่ๆ ถอดๆ ทำให้ไม่สะดวก ดังนั้นจึงมีเลนส์ประเภทต่างๆ ให้เลือกใช้ตามความต้องการ เช่น

  • เลนส์ชั้นเดียว (Single vision lenses) ใช้ในผู้ที่ยังไม่ต้องใช้แว่นต่างกันในการดูใกล้และดูไกล หรือในผู้ที่ต้องการแต่แว่นดูใกล้เป็นครั้งคราวไม่ได้ใส่ประจำ
  • เลนส์สองชั้น (Bifocal lenses) ใช้ดูได้สองระยะสำหรับผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป เลนส์ชั้นบนสำหรับดูไกล เลนส์ชั้นล่างสำหรับดูใกล้เช่นอ่านหนังสือ มีรอยต่อระหว่างชั้นทั้งสอง ผู้ที่ยังไม่เคยใส่แว่นชนิดนี้มาก่อนต้องหัดใช้ให้คุ้นเคยในช่วงแรก
  • เลนส์โปรเกรสซีฟ เป็นเลนส์หลายชั้น ไม่มีรอยต่อส่วนบนของเลนส์ใช้ดูไกลส่วนกลางๆ ใช้ดูระยะกลางและส่วนล่างใช้ดูใกล้ไล่ลงมาเรื่อยๆ ผู้ที่ใส่แว่นชนิดนี้ในระยะแรกต้องใช้เวลาหัดให้คุ้นเคยก่อน มีบางคนที่ไม่สามารถหัดได้ ดังนั้นก่อนเลือกใช้เลนส์ชนิดนี้ต้องพิจารณาให้ดีเนื่องจากเลนส์มีราคาค่อนข้างสูง และมีหลายระดับราคา
การเลือกแว่นสายตายาว

การเคลือบผิวเลนส์ (Lens coatings) ช่วยให้เลนส์มีคุณสมบัติดีขึ้น และผู้สวมใส่ดูสวยงามขึ้น การเคลือบผิวเลนส์มีหลายชนิด เช่น

  • เคลือบกันแสงสะท้อน ช่วยลดเงาสะท้อนและแสงที่แตกกระจายทำให้เลนส์ใสขึ้น จึงเห็นได้ชัดขึ้น ดูสวยงามขึ้น และเหมาะสำหรับป้องกันแสงแตกกระจายในเวลาขับรถกลางคืน ข้อเสียคือชั้นที่เคลือบไว้อาจหลุดลอกได้ถ้ามีการเช็ดล้างทำความสะอาดบ่อย

  • เคลือบผิวกันรอยขีดข่วน หรือเรียกว่าเคลือบแข็งใช้ป้องกันรอยขีดข่วนที่ผิวของเลนส์พลาสติก ปัจจุบันมักมีการเคลือบมาเรียบร้อยแล้วจากผู้ผลิต

  • เคลือบกันแสงยูวี ช่วยป้องกันแสงอุลตราไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์มิให้ผ่านเข้าตา ซึ่งแสงนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตาต่างๆ ได้ในระยะยาว เช่น ต้อกระจก ต้อเนื้อ ต้อลม จอตาเสื่อม เป็นต้น เลนส์บางชนิดเคลือบกันแสงยูวีมาแล้วจากโรงงานผู้ผลิตจึงไม่จำเป็นต้องเคลือบอีก

  • เคลือบป้องกันหรือลดความเข้มของแสงสีน้ำเงิน หรือแสงสีฟ้า จากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแสงนี้มีโอกาสเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ เมื่อมีการสะสมเป็นระยะเวลานาน

สำหรับใครที่กำลังมองหาแว่นหรือเลนส์อยู่ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อแว่นและเลนส์ที่เหมาะกับตัวคุณได้มากขึ้นครับ อย่างไรก็ฝากร้าน Bemyglasses Optic ของเราไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจตัดแว่นสายตารวมถึงเลนส์โปรเกรสซีฟด้วยนะครับ 🙂